หลังจากเรียนจบ ปวช.แล้ว ก็เข้าเรียนต่อ ปวส.บัญชีอีกที่เดิม เพราะไม่ต้องสอบเข้าอีกแล้วแบบได้สิทธิพิเศษ เบื่อตัวเองเหมือนกันเพราะไม่ต้องสอบเข้าเรียนซักที่ จะว่าเก่งก็เกรงใจตัวเองเหมือนกันนะ แต่ตอนจบก็แบบอยากลองวิชาดู ก็เลยไปลองสมัครสอบเข้าเรียนแผนกอะไรหว่าจำไม่ได้แล้วแต่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นี่แหละที่ จักรพงษ์ภูวนาท ก็ปรากฎว่าสอบเข้าได้จริง ๆ แฮะ แต่ด้วยความที่ฐานะครอบครัวและความเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ก็เลยคิดว่าเรียนที่บ้านเราดีกว่า ก็เลยสละสิทธิ์ไป อดเป็นเด็กเทพเลย ก็กลับมาเรียน ปวส.อีกสองปี ปวส.ก็มีเพื่อนใหม่ ๆ อีกหลายคนเลย ก็มีผู้ชายเพิ่มมาเป็น 5 คน ห้าหนุ่มห้ามุมค่อนข้างสนิทกันมากเลย เรียกว่าแต่ละอาทิตย์ไม่ค่อยได้อยู่บ้านตัวเองซักเท่าไหร่ เพราะวนเวียนกันไปพักตามบ้านเพื่อนที่วัดเพลงบ้าง ในเมืองบ้าง แต่ไม่ค่อยรับแขกให้มาพักที่บ้านตัวเอง แบบเกรงใจหม่อมแม่ แต่ก็ไม่วายต้องรับแขก แต่จะชอบไปบ้านเพื่อนที่วัดเพลงมาก เพราะว่าเพื่อนอยู่กับลุงสองคน แล้วบ้านมันก็ติดคลองด้วย แค่ว่ายน้ำข้ามคลองก็ได้ข้ามจังหวัดแล้ว ข้ามไปอีกฝั่งคลองก็ถึงสมุทรสงครามเลย แล้วลุงเขาจะเก่งมากจะรู้เวลาน้ำขึ้นน้ำลงตลอดทุกวันเลย ไม่รู้ว่าแกดูจากอะไร ช่วงเรียน ปวส.นี้ก็ได้เป็นนักกีฬาของแผนกพาณิชด้วย เพราะว่าผู้ชายมีน้อยก็เลยต้องแบ่ง ๆ กันเล่น แต่ก็ขอเล่นแค่ เปตอง เทนนิส และก็บาสเกตบอล แต่ว่าบาสเกตบอลไม่รู้ว่าเลือกเราไปเล่นได้ไง เพราะออกจะสูงสง่าซะเพียงนี้ ถ้ามีตัวเลือกมากเขาคงไม่เลือกหลอก แต่ขอโทษไม่ได้โม้ ปรากฎว่าเปตองได้เหรียญทอง เย้...ลบคำสบประมาทของเพื่อนสาว ๆ ไปได้ แต่อย่างอื่นตกรอบแรกหมด ฮิ ๆ แต่ก็ประทับใจตรงเล่นบาสเหมือนกันนะ เพราะว่ากองเชียร์เยอะดี เล่นก็ไม่ค่อยเป็นหรอก อาศัยลงไปมั่ว ๆ กับเขาไป ประเภทจะเป็นตัวริมเส้นตลอด เพราะว่าถ้าเข้าไปใต้ห่วงแล้วเกรงว่าจะสูงเกินไป ก็ขออยู่ห่าง ๆ พวกตัวเตี้ย ๆ ดีกว่า เล่นอยู่ได้ประมาณสิบนาที ชู้ทไม่ลงซักลูก (เล่นมาได้ชู้ตอยู่ครั้งเดียว) ทำเป็นโม้ไปงั้นแหละ แต่วอล์กเอ้าท์นับไม่ถ้วนเลย ไอ้ที่ได้เล่นสิบนาทีนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะต้องเตรียมเล่นเปตองรอบชิง แต่บาสรอบแรกเอง ตอนที่เล่นบาสอยู่ก็ยังสูสีกับช่างไฟฟ้าดี ๆ พอออกปุ๊บแพ้ยับเลย ถ้าไม่ติดรอบชิงเปตองคิดว่าคงได้เข้ารอบรองบาสแน่ ๆ ไม่รู้หลงตัวเองป่าวเนี่ย ช่างเหอะยังไงก็ได้ทองเปตองและกัน ได้ทองมาไม่ฟลุกนะเพราะว่าชนะตัวเยาวชนเขต 7 เลย ไม่ธรรมดานะเราเนี่ย เกือบได้เป็นนักกีฬาเขตไปแล้วเชียว พอดีว่าเขาแข่งจบไปซะก่อนไม่งั้นน้อง ๆ พวกนั้นไม่ติดแน่ ๆ
หลังจากจบ ปวส. ก็ยังไม่ได้เข้าเรียนระดับปริญญาตรีแต่ออกไปทำงานก่อน เรื่องงานเอาไว้เขียนทีหลังดีกว่า เอาเป็นเรื่องเรียนก่อนดีกว่า ต่อเลยนะ คือปริญญาตรีก็ไม่ต้องสอบเข้าอีกแล้ว ไม่ใช่เก่งนะ แต่เพราะเลือกเรียนที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก็เลยไม่ต้องสอบเข้าให้เสียสมอง เรียนต่อเนื่องจาก ปวส. ใช้เวลาเรียนสองปีตามหลักสูตร แต่ขอโทษเรียนไปหกปีเต็มเลย ถ้าหกปีไม่จบนี่เข้าให้ลงเรียนใหม่แล้ว 2 ปี 12 วิชา แต่เรียน 5 ปีได้ 6 วิชา ปีสุดท้ายเลยฮึดเรียนอีก 6 วิชา จบจนได้เรา เกือบจะตัดใจทิ้งไปแล้วเชียว แบบไม่มีใครมาคุม เพราะเรียนไปทำงานไปนั่นเอง ยังไงก็ช่างจบจนได้ ก็ได้กระดาษมาใบนึง กับรูปถ่ายอีกประมาณ 6 รูป เพราะตอนรับปริญญาได้บอกกับทุกคนว่าไม่ต้องมา ก็เลยไม่ค่อยมีรูปเท่าไหร่
ไม่คิดฝันเหมือนกันว่าจะจบสูงถึงปริญญาโทกับเขาได้บ้าง แต่คงเป็นเพราะบุญทำกรรมแต่งมั้งก็เลยได้มีโอกาสเรียน ป.โทกับเขา พอดีว่าช่วงที่ทำงานกรมศุลกากรเขาเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนต่อโดยมีทุนการศึกษาให้จนจบ ก็ลงเรียนโทที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนรัฐศาสตร์ หลักสูตรนักบริหาร รุ่นที่ 6 เรียนอยู่ 2 ปี แต่ช่วงเรียนโทก็ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่มาจากภาคเอกชน ก็มีที่สนิทกันสี่ห้าคน (เจ๊มล ตุ๊ก สุน หนึ่ง) ก็สนุกดีช่วงเรียน เอาไว้จะมานินทาให้ฟังใหม่ดีกว่านะ วันนี้นอนก่อนดีกว่า จะเที่ยงคืนแล้ว
ออกกำลังที่สวน ทร.
17 ปีที่ผ่านมา

