ฤดูอกหัก

คนที่เกิดมีความรักแล้วผิดหวัง ไม่สมหวังในรัก หรือว่ารักเขาข้างเดียว ก็มักจะมีเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่แย่ ๆ บางครั้งก็เกินกว่าจะหักห้ามใจไม่ให้เจ็บได้ ไม่รู้ว่าระหว่างอกหักกับแอบรักแบบไหนจะแย่กว่ากัน
ฤดูอกหัก-Calories Blah Blah - ดูคลิปทั้งหมด คลิกที่นี่

ช่วงที่ดีที่สุด

ณ ช่วงเวลาหนึ่งที่คนเราเกิดมีความรักขึ้นมากับใครสักคน มันก็ทำให้โลกนี้ดูสดใสขึ้น มีชีวิตชีวาขึ้น มีคนให้เราได้คิดถึง ได้เป็นห่วง อยากเจอ อยากคุย อยากพาไปที่ต่าง ๆ ช่วงเวลาช่วงนี้นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดจริง ๆ เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำอีกช่วงหนึ่งของชีวิต
MV - ช่วงที่ดีที่สุด - BOYdPOD - ดูคลิปทั้งหมด คลิกที่นี่

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จากอนุบาลถึงประถมห้า

ประวัติเด็กน้อยจากบ้านนอก (เริ่มต้นชีวิต)

จากเด็กบ้านนอก คอกนา หรือเปล่าไม่รู้แฮะอันนี้ แต่ว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด เพราะเกิดที่โรงพยาบาลราชบุรี โตและเรียนหนังสือที่ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีน้องชายหนึ่งคน แต่อย่าไปพูดถึงมันเลย ต่อเรื่องเราดีกว่า ก็เริ่มเรียนหนังสือชั้นอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน จนจบอนุบาล 3 จำได้ว่าเสียเพื่อนคนแรกก็ที่นี่เพราะว่าเพื่อนไปเล่นน้ำแล้วไม่ยอมโผล่ขึ้นมา แล้วก็มีเรื่องน่าหยะแหยงกับตัวเองคือ อึลาด ลำบากครูบาอาจารย์ที่นี่อีก แต่จำชื่อพวกท่านไม่ได้แล้ว พอจบอนุบาลก็มาเข้าประถม 1 ที่โรงเรียนบ้านจอมบึงซึ่งอยู่ติดกับวัดจอมบึง ที่นี่ก็มีเรื่องมันส์ ๆ เยอะพอสมควร แต่จำไม่ค่อยได้แล้วว่าอะไรบ้าง เอาที่พอจำได้ซึ่งจำได้แม่นมากคือ ตามประสาเด็กผู้ชายห่าม ๆ คนหนึ่ง ตอนอยู่ชั้นอะไรแล้วหว่า แย่จังความจำสั้นจังเรา ชั่งมันเถอะ จำได้ว่าตอนพักกลางวันหลังกินข้าวเสร็จก็ไปเล่นหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นทางลงไปจะมีทุ่งนาและบ่อน้ำ ซึ่งจะเรียกกันว่าบ่อชี ก็ไม่รู้ว่าทำไมเรียกว่าบ่อชี เพราะเห็นมีแต่พระไปใช้น้ำในนั้น ไม่ยักกะเห็นว่ามีชีมาใช้น้ำตรงไหนเลย ต่อดีกว่า ก็ลงไปเล่นกันในบ่อชีเลยเพราะว่าหน้าแล้งน้ำไม่มี ก็จะแบ่งข้างเล่นเป็นทหารกับโจรกัน ก็จะใช้ก้อนดินเหนียวใช้ขว้างใส่กัน ขณะที่กำลังขว้างใส่กันอย่างเมามันอยู่นั่นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีก้อนดินเหนียวแข็ง ๆ ก้อนหนึ่งไม่รู้มาจากทหารหรือโจร มันตรงเข้ามาลงบนหัวอย่างจัง มึนไปเลยครับท่านผู้ชม พอตั้งสติได้ก็ใช้มือน้อย ๆ ค่อย ๆ จับดูตรงที่โดนเจ้าก้อนดินตกใส่ ปรากฎว่ามือน้อย ๆ เต็มไปด้วยสีแดง ๆ ของเลือดสด ๆ ที่พรั่งพรูกันออกมาจากกบาลตัวเอง แค่นั้นแหละก็แหกปากร้องไห้ออกมาเลย และก็จำได้อีกว่าคนที่วิ่งลงไปอุ้มขึ้นมาจากหลุม เอ้ยไม่ใช่ อุ้มขึ้นมาจากบ่อชีก็คือ แต่นแต๊น.. ลุงเหลียวนั่นเอง (ปัจจุบันแกเสียแล้วซ่อมไม่ได้) แกวิ่งอย่างเร็วเลยลงไปอุ้มขึ้นมา พาไปห้องครูใหญ่ ก็ไม่รู้ไปทำไมแทนที่จะวิ่งไปห้องพยาบาล กลับพาไปห้องครูใหญ่ก็เลยต้องไปนอนอยู่บนโต๊ะตรงทางเดินระหว่างห้องเรียน ปฐมพยาบาลกันอยู่ตรงนั้นซักพัก คงจะนึกออกกันว่าคงจะรักษาไม่ได้แน่ ก็เลยรีบพาไปเย็บบาดแผลที่โรงพยาบาลดีกว่า ปล่อยไว้อาจต้องเสียเลือดตายแน่ ๆ พอไปถึงโรงพยาบาลยุพราชจอมบึง ก็ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อก่อนเขาเรียกโรงพยาบาลฆ่าสัตว์ จนได้พบกับตัวเองก็เลยถึงบางอ้อ เพราะพยาบาล เอ..ไม่แน่ใจว่าจะเรียกพยาบาลหรือพยายมดี น่ากลัวมากในสายตาเด็กน้อยไร้เดียงสาคนนี้ คุณพยาบาลก็พาตัวมาที่ห้องทำแผลแล้วก็หยิบเข็มขึ้นมา ตอนแรกคิดว่าเข็มเย็บกระสอบเสียอีกเพราะว่ามันทั้งใหญ่ทั้งยาวแถมยังมีก้นเข็มที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมอีกด้วย ก็คิดว่าตายแน่แล้วเราคราวนี้ คงต้องเอาชีวิตอันสดใสมาทิ้งไว้ในที่นี้แน่ ๆ ก็เริ่มคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วแล้ว ไม่สิจริง ๆ ต้องคิดถึงพ่อแม่เราต่างหากไปคิดถึงพ่อแม่แก้วเขาทำไมก็ไม่รู้ จากนั้นพยายม เอ้ยพยาบาลก็เอามีดโกนมาโกนผมตรงที่หัวแตกออก เสร็จแล้วก็เริ่มเอาเจ้าเข็มยักษ์อันนั้นร้อยด้วยไหมสีดำ เอามาเย็บหนังบริเวณที่แตกให้ติดกัน นึกแล้วมันก็เหมือนกับเย็บกระสอบนั่นแหละ หัวเรากลายเป็นกระสอบไปซะแล้ว แต่ชั่งเถอะคุณพยาบาลก็ตั้งหน้าตั้งตาเย็บไปจนเสร็จ โดยไม่สนใจเสียงร้องขอชีวิต เสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนายิ่งนักของเด็กน้อยตาดำ ๆ คนหนึ่ง หลังจากนั้นก็กลับมาซ่าส์ได้ตามปกติ ฮิ ๆ

1 ความคิดเห็น:

Reya_Areeya กล่าวว่า...

โอ้โห..วีรกรรมทำเพื่อเธอของลุงจุ๊บ...สุดยอดเจง ๆ พับฝ่าดิ้...เนี่ย..รู้ป่ะ ต้องขอบคุณ คุณพยายม..เอ้ย...!..คุณพยาบาลคนนั้นนะลุง...ไม่งั้นจามีอาตี๋จุ๊บน้อยตั้ง 2 พระหน่อได้ยังไง..ช่ายมะ..ฮี่ ฮี่...

อย่าใกล้กันเลย